ประกันรถยนต์ชั้น 2

เคลมประกันรถยนต์ชั้น 2 บ่อยไปไม่ดีนะ

ประกันรถยนต์ชั้น 2

การเคลมประกันรถยนต์ชั้น 2 บ่อยๆ ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึงประกันภัยรถยนต์ชั้นอื่นๆ ด้วย แต่จะเพราะสาเหตุใดนั้น เลื่อนลงไปดูกันเลยค่ะ 

ทำไมถึงไม่ควรเคลมประกันรถยนต์ชั้น 2 บ่อยๆ ? 

  • ไม่ได้รับส่วนลดประวัติดี 

บริษัทประกันภัยรถยนต์หลายแห่งมีการให้ ส่วนลดค่าเบี้ยประกันประวัติดี ให้แก่ลูกค้าหากในปีที่ผ่านมาคุณไม่มีการเรียกเคลมประกันรถยนต์เลย หรือเป็นการเรียกเคลมที่คุณเป็นฝ่ายถูก หรือเป็นอุบัติเหตุที่สามารถระบุคู่กรณีได้ หรือมีการเรียกเคลมแต่ค่าเสียหายไม่เกิน  200% ของค่าเบี้ยประกันรถยนต์ ซึ่งส่วนลดประวัติดีนั้นจะส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในปีต่อไปของคุณมีราคาถูกลง 

  • ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในปีต่อไปสูงขึ้น 

จริงอยู่ที่ว่าค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในแต่ละปีนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์สูงขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจัยหลักๆก็คือ การเรียกเคลมประกันภัยรถยนต์นั่นเองค่ะ ซึ่งสิ่งที่คุณควรรู้ไว้คือ การเรียกเคลมประกันภัยรถยนต์ในแต่ละครั้ง ประวัติการเคลมของคุณจะถูกระบุไว้ทุกครั้ง และหากมีการเรียกเคลมที่บ่อยครั้งมากเกินไป ย่อมส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของคุณสูงขึ้นนั่นเองค่ะ 

  • เสี่ยงต่อการถูกยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย และถูกปฏิเสธการรับประกันในปีต่อไป 

สำหรับรถที่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุมาก หลายคนคงคิดว่าเมื่อเราทำประกันภัยรถยนต์แล้วเมื่อมีความเสียหายหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นค่าเสียหายต่างๆก็อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยรถยนต์อยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้นหากคุณมีการเรียกเคลมประกันภัยรถยนต์มากจนเกินไป หรือไม่ระมัดระวังจนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่คุณใช้บริการอยู่ ก็มีสิทธิ์ที่ส่งหนังสือยกเลิกกรมธรรม์ประกันรถยนต์ได้ค่ะ 

  • เคลมประกันภัยรถยนต์บ่อยๆ เสี่ยงต่อถูกขึ้น Black List 

ประกันภัยรถยนต์แต่ละแห่งจะมีการจัดทำBlack List ของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นชื่อลูกค้า ชื่อคนขับขี่ ประวัติคนขับขี่ ทะเบียนรถที่มีการเรียกเคลมประกันภัยรถยนต์บ่อยครั้ง ความเสียหายในการเรียกเคลมประกันภัยรถยนต์ในแต่ละครั้ง หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมการเคลมที่น่าสงสัย และบริษัทประกันภัยรถยนต์เองก็มีการส่งต่อข้อมูลในส่วนนี้ให้กับบริษัทประกันภัยรถยนต์อื่นๆเพื่อเป็นข้อมูลในการรับประกันนั่นเองค่ะ 

Related Post

ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน เลือกอย่างไรให้มีความทนทาน ป้องกันสิ่งสกปรกได้อยู่หมัดผ้ารองกันเปื้อนที่นอน เลือกอย่างไรให้มีความทนทาน ป้องกันสิ่งสกปรกได้อยู่หมัด

ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน

การเลือกอุปกรณ์เครื่องนอนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกเครื่องนอนที่ต้องนำไปใช้ภายในโรงแรม เนื่องจากต้องให้บริการเพื่อให้ผู้เข้าพักนั้นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการนอน ซึ่งเครื่องนอนที่ต้องใช้ภายในโรงแรมนั้นก็มีหลากหลายชิ้น เช่น เตียง หมอน ผ้าห่ม ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน เป็นต้น สำหรับผู้ที่ให้บริการแขกภายในโรงแรมและกำลังต้องการเลือกผ้ากันเปื้อนสำหรับที่นอน ขอแนะนำประเภทของผ้ากันเปื้อน ดังนี้ เลือกผ้ากันเปื้อนที่นอนจากประเภทของวัสดุ วัสดุที่ใช้ในการผลิตนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเลือกเครื่องนอน ซึ่งวัสดุที่ได้รับความนิยมในการใช้ผลิตนั้น คือ โพลีเอสเตอร์ (Polyester) และไมโครไฟเบอร์ (Microfiber) เป็นใยสังเคราะห์ที่อยู่ด้านในผ้ากันเปื้อน มักจะห่อหุ้มภายนอกด้วยผ้าที่มีความทนทานสูงอีกด้วย ใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เป็นผ้าที่ไม่ยับง่าย คืนรูปทรงได้ดี มีความยืดหยุ่นสูงเลยทีเดียว เมื่อนำมใช้รองกันเปื้อนที่นอน

Lifestyle

ข้อดีของการล่น forex ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ข้อดีของการล่น forex ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

เล่น forex

ปัจจุบันคิดว่าหลาย ๆ คนคงจะรู้จักช่องทางทำมาหากินมากขึ้น โดยปัจจุบันนั้นการหารายได้เสริม หรือ รายได้เเหล่งที่ 2 นั้นค่อนข้างจะเป็นที่เเพร่หลาย โดยหนึ่งในวิธีการหารายได้เพิ่มเติมนั้นคือ เล่น forex  หรือการเล่นหุ้น ที่จะทำให้เราหารายได้เสริมได้อีกทาง ซึ่งตอนนี้หลายคนอาจจะยังลังเลไม่กล้าเล่น อยู่เพราะเห็นคนอื่นบอกว่าเล่นเเล้วเสียเงินมากกว่าไม่ได้เงิน อันนี้ไม่จริงเลยครับการเล่น forex นั้นก็เหมือนกับการลงทุนนั้นมีได้มีเสียเสมอ และนอกจากการได้เงินที่เกือบจะแน่นอน เเล้วการเล่น forex ยังมีข้อดีอะไรอีกบ้าง มาลองดูกันดีกว่าครับ  เล่นที่ไหนก็ได้  ข้อดีข้อเเรกเลยนั้นคือ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน อยู่ที่ใด เวลาใด ก็ได้  ขอเพียงเเค่มีอินเตอร์เน็ตเท่านี่เราก็สามารถเล่น

Lifestyle

จำหน่ายรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ รุ่นไหนดี ?จำหน่ายรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ รุ่นไหนดี ?

จำหน่าย รถไฟฟ้า

จำหน่ายรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ รุ่น BYD e6 ราคา 1.89 ล้านบาท  BYD e6 รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน มาในสไตล์ครอสโอเวอร์ เอ็มพีวี ขนาดคอมแพกต์ เน้นความอเนกประสงค์ เรียบง่าย ดีไซน์ไม่หวือหวาสะดุดตามากนัก แต่ก็รองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง เท่านั้น ส่วนภายในถือว่าออกแบบได้ดี แต่ไม่ถึงกับจัดจ้านหรือโดดเด่นเป็นพิเศษ กว้างขวางโปร่งตาพอสมควร ขณะที่วัสดุในความเห็นของเรานั้นพอรับได้ แต่ยังเป็นรองคู่แข่ง ไม่เนียนเท่ากับทางฝั่งญี่ปุ่นและเกาหลีที่ให้ผิวสัมผัสน่าประทับใจกว่า ทั้งนี้ข้อเด่นของ BYD e6 คือระยะทางวิ่งประมาณ 350 กม./ชาร์จ (ตามสเปกการทดสอบของ BYD) ด้วยแบตเตอรี่ (ลิเธียม-ไออน ฟอสเฟต) ความจุ 80 kWh มากที่สุดในไทย (ซึ่งก็ชาร์จไฟนานหน่อยราว 11-12 ชม. กรณีเป็นเครื่องชาร์จติดตั้งในบ้าน

Lifestyle