ทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮม เหมือนหรือต่างกันไฉน?

ทาวน์เฮ้าส์

เคยสงสัยไหมครับว่า ตึกแถวหลายชั้น ที่ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านจัดสรรนั้นเรียกว่าอะไรกันแน่ระหว่าง “ทาวน์เฮ้าส์” และ “ทาวน์โฮม” หรือจริงๆ แล้วก็เรียกว่า “ตึกแถว” เหมือนกับที่ตั้งเรียงรายตามท้องถนนบริเวณชั้นในของเมืองใหญ่ๆ ที่จริง คำเหล่านี้มีที่มาและเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ครับ 

คนที่อาศัยอยู่ในเมืองชั้นในที่รถราขวักไขว่ รวมถึงธุรกิจห้างร้านกระจายอยู่โดยทั่วไปนั้น คงจะสังเกตเห็นอาคารที่อยู่อาศัยประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “ตึกแถว” หรือ “บ้านแถว” ซึ่งเมื่อพูดถึงตึกแถวจะเห็นภาพทันทีว่าเป็นตึกที่ชั้นล่างเปิดธุรกิจชั้นบนอาจเป็นที่พักอาศัย หรือไม่ ก็เป็นอาคารเพื่อการธุรกิจทั้งชั้น อย่างไรก็ตามพอเลยพ้อเขตเมืองชั้นในหรือย่านธุรกิจแล้วจะเป็นเขตที่พักอาศัยหรือโซนสีเขียวในผังเมือง ก็ปรากฏตึกที่เรียงติดกันเหมือนกัน แต่อาจจะมีรั้วรอบขอบชิดและเป็นที่พักอาศัย ไม่ค่อยมีใครเปิดเป็นกิจการเหมือนในเมืองใหญ่มากนัก  

ใช่ครับ ตึกแบบหลังนี้ผู้คนเรียกกันว่า “ทาวน์เฮ้าส์” ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษแปลว่า “บ้านในเมือง” นั่นเอง  

ทีนี้ทำไมถึงต้องเรียกว่า “ทาวน์เฮ้าส์” หากจะบอกว่าเพื่อให้มันดู “อินเตอร์” ก็คงไม่ผิดครับ เป็นการยกระดับอาคารที่ดูดีขึ้นมา เพราะลักษณะการปลูกสร้างบ้านเรือนติดกันเป็นแนวนี้ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณที่เริ่มมีการวางผังเมืองเลยทีเดียว ซึ่งอาคารสมัยนั้นมีตั้งแต่เรือนแพ เรือนริมน้ำ จนกระทั่งตึกแถวแบบยุโรปที่เราเห็นได้มากมายในย่านพระนคร กรุงเทพมหานครของเรา ทำให้คนไทยต้องบัญญัติชื่อเรียกอาคารเหล่านี้ว่า “บ้านแถว”  

ในสมัยก่อน บ้านแถว หรือ เรือนแถว มักสร้างบนฝั่งแล้วใช้ถนนเป็นเส้นทางสัญจร ส่วนบ้านที่สร้างอยู่ริมน้ำ ริมคลองต่างๆ โดยใช้เส้นทางน้ำเป็นเส้นทางสัญจรและใช้พื้นที่ภายในเรือนบนฝั่งและพื้นที่หน้าบ้านบริเวณท่าน้ำหรือถนนประกอบกิจการค้าขาย ในสมัยแรกๆ วัสดุในการก่อสร้างบ้านแถว หรือ เรือนแถว ก็ใช้ของที่หาได้ง่ายและราคาถูกในบ้านเราในยุคนั้นก็คือ “ไม้”  โดยมีการกั้นผนังแบ่งคูหา ผนังจะเป็นผนังที่ใช้ร่วมกันระหว่างบ้านทั้งสองหลัง และใช้หลังคาร่วมกันเป็นแนวยาว  

เมื่อเวลาผ่านไปจึงพัฒนาวิธีการก่อสร้างโดยใช้การก่ออิฐ ฉาบปูน หรือคอนกรีต โดยเริ่มที่ส่วนในของเมืองที่ถนนเริ่มตัดถึง ตัวอย่างเช่น ในสมัยรัชกาลที่ 5 เราตัดถนนเส้นแรก คือ ถนนเจริญกรุง ดังนั้นบ้านที่ปลูกไปตามแนวถนนที่ใช้สัญจรก็เริ่มรับเอาการสร้างแบบตะวันตกคือการก่ออิฐถือปูนและตกแต่งด้วยลายพุ่มดอกไม้ หรือ การใช้อาร์คโค้งโรมันเป็นโครงสร้างหลัก ซึ่งอาคารเก่าแก่สไตล์ยุโรปสมัยล่าอาณานิคมเหล่านั้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่ จากนั้นในยุคคณะราษฎรเราก็จะเห็นตึกแถวใหญ่ๆ เช่น ริมถนนราชดำเนิน ที่ลดสไตล์หรูหราแบบยุโรปลง เหลือเพียงเทคนิคการก่ออิฐถือปูนซึ่งก็แพร่หลายและพัฒนาและเรียบง่ายเช่นอาคารแถว อาคารพานิชย์ในปัจุบัน  

ดังนั้น ทางการจึงต้องออกกฎหมายหากต้องมีกรณีควบคุมอาคารเหล่านี้ จึงจัดประเภทและเรียกอาคารเหล่านี้ใหม่ว่า “ห้องแถว” “ตึกแถว” และ “บ้านแถว” เป็นนิยามศัพท์ที่บ่งบอกถึงลักษณะทางกายภาพของอาคาร ถูกระบุไว้ใน กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กล่าวคือ 

“ห้องแถว” และ “ตึกแถว” เป็นอาคารที่ก่อสร้างติดต่อกันเป็นแถว ตั้งแต่ 2 คูหาขึ้นไป มีผนังร่วมแบ่งเป็นคูหา ประกอบด้วยวัสดุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่ 

“ตึกแถว” อาคารที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันเป็นแถวยาวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป มีผนังแบ่งอาคารเป็นคูหาและประกอบด้วย วัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ 

“บ้านแถว” คือ ห้องแถวหรือตึกแถวที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งมี ที่ว่างด้านหน้าและด้านหลังระหว่างรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับตัวอาคาร และมีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น 

ในนิยามแบบกฎหมาย “บ้านแถว” จึงไปตรงกับ “ทาวน์เฮ้าส์” ในภาษาอังกฤษครับ อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าพอเราพูดถึงตึกแถวกับทาวน์เฮ้าส์จะชวนให้เห็นภาพคนละอารมณ์กัน ซึ่งถูกแล้วครับเพราะมันคนละอย่างกัน  

เพื่อป้องกันความสับสนสำหรับคนไม่รู้ว่า “บ้านแถว” และ “ตึกแถว” นั้นการใช้งานต่างกัน และบ้านแถวมีคุณค่าที่ดีกว่า เพราะมันคือที่อยู่อาศัยไม่วุ่นวายพลุกพล่านในเขตเมืองชั้นในอย่างห้องแถว เลยยกระดับด้วยการเรียก “บ้านแถว” ว่า “ทาวน์เฮ้าส” และการเป็นที่นิยม จนกระทั่งมีความรู้สึกว่า คำว่า “โฮม” ให้ความรู้สึกดีกว่า “เฮ้าส์”  ทาวน์โฮม จึงถูกใช้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านนี้ ส่วนหนึ่งคือผู้ขายต้องการเรียกชื่อสินค้าของตนเองให้มีความแตกต่าง ใช้คำว่า Home ฟังแล้วดูอบอุ่น เป็นบ้านมากกว่า แต่โดยเนื้อแท้แล้ว “บ้านแถว” “ทาวน์เฮ้าส์” และ “ทาวน์โฮม” คืออาคารชนิดเดียวกัน